หน้าเว็บ

วันพฤหัสบดีที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ขึ้นเครื่องบินตอนท้องช่วงไตรมาสแรก

ช่วงสิ้นปี 2013 เรากับคุณซูก็มีแพลนกลับไทยกัน เราก็กังวลเกี่ยวกับการขึ้นเครื่องบินอยู่เหมือนกัน
แต่คุณหมอบอกว่าโอเค ก็ค่อยสบายใจหน่อย
ครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกที่ต้องเปลี่ยนเครื่องที่เกาหลี  ปกติจะบินตรงนาริตะกรุงเทพฯเลย แต่สู้ราคาตั๋วช่วงนั้นไม่ไหว เท่ากับเวลาที่บินกลับเที่ยวเดียวก็เกือบ 10 ชั่วโมง เหนื่อยเหมือนกัน
ตอนที่เราเช็คอินที่นาริตะ เราบอกไปว่าเราตั้งท้อง พนักงานก็ระบุข้อมูลลงไปในระบบ แล้วก็แปะที่กระเป๋าของเรากับคุณซูที่โหลดใต้ท้องเครื่องประมาณว่าตอนไปรับกระเป๋าที่กรุงเทพฯ ก็จะเป็นใบแรก ๆ ที่จะออกมาก่อน สุดยอดของการบริการเลยอ่ะ
แต่ว่าตอนที่เช็คอินที่กรุงเทพฯ บอกแบบเดียวกัน พนักงานก็ไม่ได้ทำอะไรให้เป็นพิเศษ...

ช่วงที่ต้องผ่านเครื่องสแกน เราก็บอกพนักงานว่าเราท้อง เขาก็ไม่ให้เราผ่านเครื่องนั้น แล้วก็ให้พนักงานผู้หญิงมาตรวจที่ตัวเรา เปลี่ยนเครื่องที่เกาหลีก็มีเครื่องนั้น เราก็บอกทุกครั้งที่เห็นเครื่องนั้นเลย

แล้วตอนที่เรานั่งบนเครื่องคุณซูบอกให้พกหน้ากากไปด้วย เพราะอากาศในเครื่องจะแห้ง ซึ่งก็ได้ผลดีมาก ๆ ใส่หน้ากาก แล้วยิ่งเป็นหน้ากากที่มีแผ่นให้ความชุ่มชื้นด้วยแล้ว จมูกไม่แสบเลย หายใจคล่องขึ้น


ระหว่างที่อยู่ที่เมืองไทยอย่างเวลาที่จะขึ้น BTS หรือ MRT หรือเข้าห้างที่มีเครื่องสแกน เราก็จะบอกเจ้าหน้าที่ว่าเราท้องอยู่ เจ้าหน้าที่ก็ให้เราเดินเลี่ยงไม่ผ่านครื่องสแกน แต่ก็ขอตรวจกระเป๋าเหมือนเดิม เพื่อความปลอดภัยของเขาอ่ะนะ  ช่วงแรก ๆ ลืมนึกไปผ่านเข้าออกเครื่องสแกนหน้าห้างเป็นว่าเล่น ก็คงไม่มีปัญหาอะไรอ่ะนะ

วันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ตรวจครรภ์ครั้งที่ 2 ที่โรงพยาบาลญี่ปุ่น

ครบ 2 อาทิตย์ที่คุณหมอนัดตรวจครรภ์ครั้งที่ 2
ครั้งนี้เครื่องที่ใช้ตรวจก็ยังเป็นเครื่องที่เหมือนกับการตรวจภายใน
ในครั้งนี้คุณหมอก็ให้ดูหน้าจอ แล้วก็บอกว่ามีส่วนหัว ส่วนก้นแล้ว แล้วก็ให้ฟังเสียงหัวใจ
หัวใจเต้นแข็งแรงดีมาก ๆ ^0^

และในวันนี้คุณหมอก็แจ้งวันกำหนดคลอดมาให้ แล้วก็บอกให้ไปรับสมุดสุขภาพแม่และลูก
 「母子健康手帳」ได้ที่สำนักงานเขต แล้วในครั้งต่อ ๆ ไปก็ให้ถือสมุดนี้มาด้วยทุกครั้ง

ในการตรวจวันนี้ก็มีปรึกษาคุณหมอเรื่องการขับถ่าย เพราะช่วงนี้ท้องผูกแถมถ่ายมีเลือดด้วย
คุณหมอก็เลยให้ยาระบายมาด้วยในครั้งนี้ หน้าตาจะเป็นแบบนี้


แล้วก็ถามคุณหมอถึงเรื่องการขึ้นเครื่องบิน เพราะช่วงสิ้นปี (2013) เรากับคุณซูจะมีแพลนกลับไทยกัน คุณหมอก็บอกว่าไม่มีปัญหาอะไร เพราะเมืองที่ไป (กรุงเทพฯ ) โรงพยาบาลก็โอเค เพราะถ้าสมมุติว่ามีอะไรขึ้นมาก็จะได้เข้ารักษาได้ ไม่น่าเป็นห่วง

ค่าตรวจในวันนี้+ค่ายาระบาย 2,160 เยน

อาการในช่วงนี้
ความอยากอาหารก็ยังไม่ค่อยมีเหมือนเดิม
รู้สึกว่าตัวเองซึม ๆ ไป
ท้องผูก



ไปรับสมุดสุขภาพแม่และเด็ก (母子健康手帳) ที่สำนักงานเขต

หลังจากที่คุณหมอบอกว่าให้ไปรับสมุดสุขภาพแม่และเด็ก (母子健康手帳)ได้ที่สำนักงานเขต
คุณซูก็พาเราไป พอไปถึง เจ้าหน้าที่ต้อนรับดีมาก แล้วก็ให้เอกสารเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ อย่าง
อาหารที่ควรจะทานใน 1 วัน   เอกสารที่เกี่ยวกับว่าช่วงนี้คุณแม่ที่ตั้งท้องจะมีอาการยังไง
กำหนดการที่ให้ไปอบรมเรื่องการตั้งครรภ์ทั้งหมดจะมี 4 ครั้ง แล้วก็ที่สำคัญเลยที่ต่อไปนี้จะต้องพกไปด้วยไม่ว่าจะเป็นตอนไปตรวจที่โรงพยาบาล  ตอนออกไปข้างนอก  ก็คือ

1.สมุดสุขภาพแม่และเด็ก(母子健康手帳) ซึ่งสมุดนี้เจ้าหน้าที่บอกว่าจะใช้จนเด็กม.ปลายเลย

2.ที่ห้อยกระเป๋าแสดงว่าเรากำลังตั้งครรภ์อยู่
หน้าตาจะเป็นประมาณนี้ค่ะ (ขอบคุณรูปจาก Google นะคะ)





3.สมุดช่วยเรื่องค่าตรวจครรภ์ (妊娠健康診査受診票・助成券)จำนวนที่ทางสำนักงานเขตช่วยก็จะมีอยู่ที่ 5,000 เยนบ้าง
8,000 เยนบ้างแล้วแต่ว่าตรวจอะไร  ส่วนค่าใช้จ่ายที่เกินมาเราก็จะเป็นคนจ่ายเอง ในนั้นจะมีให้เราเขียนชื่อที่อยู่ แล้วพอเรายื่นให้เจ้าหน้าที่ที่โรงพยาบาลเขาก็จะฉีกไป แล้วก็คืนสมุดมาให้พร้อมกับสมุดสุขภาพแม่และเด็ก
(ขอบคุณรูปจาก Google ค่ะ)





ตอนนี้เราก็โทรไปจองที่นั่งสำหรับที่จะไปอบรมแล้ว
ถ้าไปมาแล้วเดี๋ยวจะอัพเดทว่าเขาพูดเรื่องอะไรบ้างให้ฟังนะคะ ^^




วันจันทร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ตรวจครรภ์ครั้งที่ 1 ที่โรงพยาบาลญี่ปุ่น

หลังจากที่ซื้อชุดตรวจครรภ์มาตรวจในตอนเช้า ขีดสีแดงขึ้นมา 2 ขีด ตอนสายก็ไปโรงพยาบาลกับคุณซูให้คุณหมอตรวจอีกครั้งหนึ่ง
เราเลือกที่ใกล้บ้าน เอาเราเดินทางสะดวกด้วยเพราะคุณซูก็คงมาตรวจพร้อมกับเราได้ไม่ตลอด
ไหน ๆ ก็จะไปตรวจแล้ว ก็เลยเอาวิตามินทั้งหมดที่เราทานอยู่ให้คุณหมอดูด้วยเลย เพราะเรารู้มาว่าโรงพยาบาลที่ญี่ปุ่นจะไม่ได้ให้ยาบำรุงครรภ์อะไรมาเลย

พอไปถึงเจ้าหน้าที่ก็จะให้กรอกประวัติ ที่อยู่ แล้วเราก็ยื่นบัตรประกันสุขภาพด้วยค่ารักษาอาจจะถูกลดมั้งนะ แต่คงไม่มากเท่ากับการไปตรวจรักษาโรคทั่ว ๆ ไป
เจ้าหน้าที่ก็ให้ไปเก็บปัสสาวะ แล้วก็รอพบคุณหมอ
คุณหมอก็จะให้เรานั่งเครื่องที่เหมือน ๆ กับการตรวจภายใน แล้วก็ให้ดูหน้าจอ คุณซูก็เข้าไปด้วย
หน้าจอที่ฉายออกมา ก็จะมีส่วนที่เป็นลูกเรา แล้วก็ถุงอาหาร แล้วก็ได้ยินเสียงหัวใจเต้นแล้ว น้ำตานี่ไหลเลยอ่ะ ดีใจมาก ๆ

หลังจากดูหน้าจอเสร็จก็คุยกับคุณหมอ แล้วก็ถามเรื่องวิตามินที่เอามา คุณหมอก็บอกว่าถ้าทานครบ 5 หมู่อยู่แล้วก็ไม่ต้องเสริมอะไร แต่เราเคยได้ยินจากพี่ ๆ น้อง ๆ มาว่า ถ้าเป็นที่โรงพยาบาลไทย คุณหมอจะมียาบำรุงมาให้ ก็เลยทานวิตามินเสริมด้วยดีกว่า เพราะเราคงทานไม่ครบ 5 หมู่ชัวร์ ๆ
ซึ่งวิตามินหลังจากที่ถามคุณหมอมาแล้ว ที่เราทานอยู่ก็จะมี

1. วิตามินรวมโฟเลต, เหล็ก, กลุ่มวิตามินบีรวม 7 ชนิด, แคลเซียม ของ Pigeon




2. น้ำมันปลาของแอมเวย์

ค่าตรวจในวันนี้ 3,690 เยน แล้วก็นัดครั้งที่ 2 อีก 2 อาทิตย์ข้างหน้า

ช่วงนี้เราก็เริ่มเปลี่ยนมาใช้ครีมนีเวียแบบตลับทาทั้งหน้าแล้วก็ตัว หยุดตัวที่เราใช้ประจำอยู่ เพราะไม่รู้ว่าจะมีสารอะไรที่เป็นอันตรายหรือเปล่า

อาการในช่วงนี้ก็จะมี
1. ถ่ายเป็นเลือด (อีกแล้ว)
2. หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ
3. ปวดเสียด ๆ ท้องด้านซ้ายบ้าง ขวาบ้าง บางครั้งทั้ง 2 ด้าน
4. ยังแพ้กลิ่น ๆ ต่าง ๆ อยู่ ไม่อยากอาหารญี่ปุ่นเอามาก ๆ อยากอาหารไทย เผ็ด ๆ แซ่บ ๆ  (ความอยากนี่แล้วแต่คนอ่ะเนอะ)





วันศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ไปรับใบไซริวการ์ด

วันที่ 15 ต.ค. 56 คุณซูพาเราไปต่ออายุไซริวการ์ด
http://jipathajapan.blogspot.jp/2013/10/blog-post_15.html

วันนี้ถึงกำหนดให้ไปรับหล่ะ
อากรแสตมป์ 4000 เยนเราไปซื้อที่นั่นเลย เพราะก็มีขายเหมือนกัน ไม่ได้ไปซื้อที่ไปรษณีย์
และสิ่งที่เอาไปในวันนี้ก็จะมี
1. บัตรไซริวการ์ด
2. พาสปอร์ต
3. อากรแสตมป์ 4000 เยน

จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะให้ติดอากรที่เอกสารแผ่นนี้ แล้วก็เซ็นชื่อ


จากนั้นก็รอคิว สักพักก็ได้บัตรไซริวใหม่มา ส่วนบัตรไซริวเดิม เจ้าหน้าที่ก็คืนมาให้ด้วย ดีจังจะได้เก็บไว้เป็นที่ระลึก
แต่ว่าอายุของการต่อครั้งนี้ เราขอไป 3 ปี แต่เขาให้มาแค่ 1 ปีเอง
ไม่เป็นไรปีหน้าขอใหม่ ^^

วันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

การเช่ารถขับที่ญี่ปุ่น

พอดีว่าเรามีแพลนจะใช้รถคันที่ใหญ่ขึ้น ก็เลยเช่ารถกับทางโตโยต้า
Toyota Rent-a-Car  Tel. 03-3374-0100

วันที่เราต้องการใช้วันที่ 5 พ.ย. 56
เราก็โทรไปจองรถวันที่ 4 พ.ย. 56 (จริง ๆ ควรจะจองล่วงหน้าดีกว่า จะได้ไม่ฉุกละหุกเกินไป)
ตอนที่เราโทรไป เราก็บอกชื่อ นามสกุล รุ่นที่ต้องการเช่า ไม่สูบบุหรี่ แล้วก็เบาะสำหรับเด็ก 1 ขวบ
เพราะมีเด็กด้วย แล้วก็เวลาที่ต้องการเช่า กี่ชั่วโมง สำหรับเราเช่า 12 ชั่วโมง เป็นรุ่น Toyota Noah 8 ที่นั่ง
ค่าเช่าทั้งหมด 15,540 เยน
แล้วพนักงานก็บอกว่าวันที่มารับรถให้เอาใบขับขี่ แล้วก็บัตรเครดิตมา (บัตรเครดิตจะต้องตรงกับชื่อคนที่จอง)

วันที่ไปรับรถ พนักงานก็จะขอใบขับขี่เรากับบัตรเครดิตเราไปซีร็อก แต่ว่าคุณซูจะเป็นคนขับ พนักงานก็เลยขอใบขับขี่ของคุณซูไปซีร็อกด้วย

จากนั้นก็เซ็นเอกสารสัญญาเช่ารถ  แล้วก็เซ็นชื่อในสลิปบัตรเครดิต เขาจะรูดไปเลยเต็มจำนวน แต่ไม่มีค่าค้ำประกันนะคะ

ก่อนขับรถออก ก็จะมีการตรวจสภาพรถก่อนว่ามีรอยอะไรบ้าง แล้วก็น้ำมันจะเต็มถังมาให้

ตอนคืนก็จะต้องคืนเต็มถัง พร้อมกับยื่นใบเสร็จที่เติมน้ำมันให้ดูด้วยเพื่อเป็นการยืนยัน แล้วเค้าก็จะคืนกลับมาให้


หน้าตารถแบบนี้ค่ะ ^^


-
-

วันเสาร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

วันที่ 2 ไปคามาคุระ

วันที่ 2 มีโปรแกรมจะพาไป คามาคุระ กับ โยโกะฮามะ
จากชินจูกุ คุณซูทำเรื่องจองรถไฟให้ ถ้าเป็นสายของ JR คนคงเยอะน่าดู เพราะวันนี้ก็เป็นวันหยุดของทางญี่ปุ่น เลยนั่ง Romance car แบบระบุที่นั่ง ไปลงที่สถานี Fujiwara (藤原駅)แล้วก็นั่งสาย Enoden (江ノ電)ไปลงที่สถานที่ Hase (長谷駅)เพื่อที่จะไปสักการะองค์พระใหญ่ Kou toku in (高徳院)
แต่ฝนตกลงมาเล็กน้อย ก็พอดีที่สถานีนี้มีร้าน 100 เยน ทุกคนก็เลยเข้าแถวซื้อร่มกัน

พอไปถึงคนเยอะมาก ค่าเข้าคนละ 200 เยน

 
 
 
เรากับพ่อกับแม่แล้วก็คุณซูเข้าไปในองค์พระใหญ่ด้วย เสียเพิ่มคนละ 20 เยน
 
 
 
 

 
 
 
 
อยู่ที่นี่สักพักใหญ่ ๆ ก็จะกลับหล่ะ ก็มาเจอต้นสนที่รัชกาลที่ 7
พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ของพวกเราทรงปลูกไว้
 
 
 
ออกจากวัด ก็แวะทานข้าวกลางวัน แต่ทานตอนเย็น ๆ 555 มื้อนี้ก็เป็นอาหารจีน  จากนั้นก็กลับโรงแรม ไม่ได้แวะที่โยโกะฮามะ เพราะท่าทางทุกคนคงเหนื่อยแล้ว
 
พวกเราก็นั่งรถไฟย้อนไปที่สถานี Kamakura (鎌倉駅) เพื่อจะได้นั่งจากต้นสาย (ยอมยืน 3 สถานี) ไปลงที่สถานี Fujiwara (藤原駅) แล้วก็นั่ง Ramance Car กลับไปชินจูกุ ขากลับก็ระบุที่นั่งเหมือนกัน แต่ได้ที่นั่งแบบแยก ๆ กัน คุณซูเลยคุยกับเจ้าหน้าที่ให้ว่าขอนั่งที่นั่งที่ยังว่าง ๆ แบบใกล้ ๆ กัน   เจ้าหน้าที่ก็บอกว่าได้ แต่ว่าถ้าสถานีต่อไปมีคนขึ้นมาเป็นเจ้าของที่ก็ต้องลุกนะ  ก็โอเค ลุ้นกับคุณซูทุกสถานีที่จอดเลยว่ามีเจ้าของที่ขึ้นมาหรือเปล่า  ก็โชคดีที่ไม่ต้องเปลี่ยนที่นั่ง
 
มื้อเย็นนี้คุณซูพาไปทานบุปเฟ่ต์ชาบุชาบุ  + เครื่องดื่ม (รวมประเภทแอลกอฮอล์) คนละประมาณ 3000 เยนได้ อยู่แถวชินจูกุ  แต่เราลืมถ่ายรูปมา เสียดายจัง
บุปเฟ่ต์ที่ว่าจะมีเนื้อหมู แล้วก็ผักรวมต่าง ๆ พวกเราทานแบบทางร้านคงตกใจ เนื้อหมูจานใหญ่ทานไปทั้งหมด 6 จาน จานผักจำไม่ได้ ประมาณว่าจานเนื้อหมูหลัง ๆ นี้ไม่ได้เรียงอย่างสวยงามมาให้  555
ก็อิ่มกันไปตาม ๆ กัน ^^
 

วันศุกร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

วันนี้เที่ยวที่ตลาดปลาซึคิจิ、 พระราชวังอิมพีเรียล、 โอะไดบะ (今日は築地市場、皇居、お台場へ)

เที่ยวญี่ปุ่นครั้งนี้มีทั้งรุ่นอากง อาม่า  แล้วก็รุ่นเด็ก น้องชายเลยบอกว่าเอาแบบสบาย ๆ ไม่เน้นไปหลายที่
วันนี้ที่คิดไว้ก็จะมี ไปตลาดปลาซึคิจิ พระราชวังอิมพีเรียล โอไดะบะ

今回、日本に遊びに来ていた家族3世代、おじいちゃん、おばあちゃん、私達、子どもがいますので弟が厳しいスケジュールはいいだと言っていました。楽に遊びたいと言っていました。
ですから、今日は、築地市場、皇居、お台場に行くスケジュールを立ててました。

ออกจากโรงแรมประมาณ 8.30 น. ก็นั่งสาย Toei O-edo sen ไปทาง Roppogi, Daimon Eki
ไปลงที่สถานี Tsukiji shijou แล้วออกประตู A1 เดินไปอีกนิดก็จะเจอตลาด แต่ว่าไปเวลานี้ตลาดประมูลปลาก็วายแล้วหล่ะ แต่ตั้งใจว่าจะไม่มาดูการประมูลอยู่แล้ว ก็เลยไปหาร้านที่เขาว่าดัง ปรากฏว่าต่อแถวกันยาวมาก แล้วก็ทางร้านห้ามเอาเบบี้คาร์เข้าร้าน ก็เลยไปร้านที่ไม่ค่อยมีคน ร้านนี้ใจดี ให้เอาเบบี้คาร์เข้าได้
จริง ๆ แล้วที่ตลาดปลานี้เขาก็มีกฏห้ามเอาเบบี้คาร์มาด้วยอยู่แล้วอ่ะนะ แต่...

8.30ごろホテルを出て、都営大江戸線・六本木・大門方面に乗って築地市場駅を降りてA1の出口を出ました。ちょっと歩いたら市場に着きます。しかし、入札することはもう終わったみたいです。でも入札することを見るつもりはなかったので、人気な寿司のお店を探してすごい行列ができました。さらに、お店の方にはベビーカーは店の中に持って入ってはいけないと言われて、人がないお店に入りました。この店はベビーカーはOKと言ってくれて優しい店ですね。
実は、築地市場ではベビーカーは禁止のようですが。。。


ร้านที่มีคนต่อคิวยาว ๆ
行列が長いお店です。

 
 

 
เลยเข้ากันร้านนี้
このお店にすることになりました。
 
 
เมนู
メニュー

 
เราสั่งเซ็ทนี้ อร่อยมาก ๆ  (น้ำซุปทางร้านแถม)
このセットを注文しました。とても美味しかったです。(味噌汁はおまけです。)
 

 
จากนั้นก็จะไปกันที่พระราชวังอิมพีเรียล แล้วก็ Nijubashi
ก็นั่งจากสถานี Tsukiji shijou สาย  Toei O-edo sen ที่จะไปทาง Ryogoku, Kasuga Eki  ไปลงที่สถานี Tsukishima Eki แล้วก็เปลี่ยนไปขึ้นสาย Tokyo Metro Yurakuchou sen  ที่จะไปทาง Wakoushi  ไปลงที่สถานี Sakuratamon แล้วก็เดินไปนิดนึงก็จะเห็นพระราชวัง
 
そして、皇居と二重橋へ。都営大江戸線・両国・春日方面に乗って月島駅を降りて東京メトロ有楽町線・和光市行に乗り換えて桜田門駅を降りました。ちょっと歩いたら皇居が見えました。
 
 
แต่ครั้งนี้มีการเปลี่ยนสาย เพราะฉะนัั้นเวลาซื้อตั๋วก็จะต้องเลือกที่ปุ่มที่เขียนว่า[連絡線] แล้วค่อยเลือกจำนวนเงินของสถานีปลายทาง
 
しかし、今回は乗り換えがあったため切符を買う時に[連絡線]のボタンを押してから目的地の金額を押します。
 
 

 
 
 
วันนี้อากาศดีก็เลยนั่งพักกันที่นี่ น้องชายกับครอบครัวของเขาวิ่งจ๊อกกิ้งกันที่นี่ด้วย พักกันนานพอสมควรประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วก็เดินไปที่สถานี Hibiya Eki เจอสถานีแล้ว แต่เป็นบันไดลง น้องชายจะหาที่มีบันไดเลื่อนหรือลิฟต์ ก็ไม่เจอสักที เดินหาไปเรื่อย ๆ ก็ไปเจอสถานี Yurakuchou Eki หมดแรงกันไปตาม ๆ กัน เลยแวะทานโซบะร้านที่อยู่ใกล้ ๆ สถานี
 
今日は天気が良かったのでここで休憩することになりました。弟夫婦はここでジョギングしました。
1時間ぐらい休憩しました。それから日比谷駅まで歩いて、駅が見つかったら階段しかないので弟はエスカレーターかエレベーターのある入口に入りたがったためなかなか見つかりませんでした。探しながら歩いたら有楽町駅に着きました。皆が疲れたからそば屋で食べることになりました。
 
จากนั้นก็ไปโอไดบะกันต่อ นั่งสาย Yamanote sen จาก สถานี Yurakuchou Eki ไป สถานี  Shibashi Eki
แล้วก็เดินไปขึ้นสาย Yurikamome sen ซื้อตั๋วนั่งแบบไม่จำกัดเที่ยว 800 เยน แต่จริง ๆ แล้วพวกเราไปไม่กี่สถานี ไม่จำเป็นต้องซื้อตั๋วแบบนี้ก็ได้ สำหรับเราเราว่าไม่คุ้ม
เพราะไปแค่สถานี Aomi Eki กับ Odaiba 2 สถานีเอง
 
そして、お台場に行きました。有楽町駅から山手線に乗って新橋駅を降りて歩いたらゆりかもめ線に着きました。800円で1日乗車券を買ってしまいました。本当は私達は青海駅とお台場駅2つの駅しか行きませんでしたから1日乗車券を買う必要がないと思います。
 
รถไฟสายนี้ไม่มีคนขับ
ゆりかもめ線には運転手がいません。
 
 
 
ที่สถานี Aomi Eki ไปดูชิงช้าสวรรค์ แต่ไม่ได้ขึ้นเพราะกลัวเด็กร้องไห้ แล้วตอนนั้นยังลงไม่ได้ คงวุ่นวายกันน่าดู จากนั้นก็ไป Paiette Tower => Venus Fort
 
青海駅では観覧車がありましたが、乗りませんでした。なぜかというと乗っている途中に子どもが泣いてしまったら困るからです。
それで、 Paiette Tower => Venus Fort へ行きました。
 
 
 
 
 
 

 
เพดานท้องฟ้าเปลี่ยนสีได้

色が変わる空の天井
 
 

 
 
 
 
 
แล้วก็ไปสถานี Odaiba ทานข้าวเย็นราเมงกันที่นี่เลย
 
それから、お台場に行きました。あそこでラーメンの夕食にしました。
 
 
 

ตอนกลับคุณซูพาเดินมาที่สถานี Tokyo Teleport  แล้วก็นั่งสาย Rinkai sen ที่เขียนว่าไป Shinjuku ก็จะนั่งต่อเดียวไปถึง Shinjuku เลย

帰りに主人が東京テレポート駅に連れていきました。りんかい線新宿方面に乗って乗り換えなしで新宿駅に着きました。




 
 
 
 
 



วันพฤหัสบดีที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2556

วันที่ที่บ้านเดินทางมาถึงญี่ปุ่น  (家族が日本に着いた日)

วันนี้ทางบ้าน (พ่อ แม่ น้องชาย น้องสะใภ้ หลานสาว 1.3 ขวบ) เดินทางมาเที่ยวที่ญี่ปุ่น
โรงแรมที่เขาพักชื่อ Sunroute Plaza Shinjuku

今日は家族(父、母、弟、義理の妹、1.3才の姪)が日本に遊びにきました。
泊まっていたホテルはサンルートプラザ新宿というホテルでした。

http://www.hotelsunrouteplazashinjuku.jp/

คืนละเท่าไหร่ เราก็ไม่ได้ถามน้องชายด้วยสิ ห้องพักก็โอเคนะ ไม่เล็กมาก การเดินทางก็สะดวกมาก ๆ เลย ใกล้ทั้งรถไฟใต้ดิน แล้วก็รถไฟสายของ JR

1泊はいくらぐらいかかったか聞いていなかったのです。部屋はOKだと思います。交通も便利です。地下鉄にもJRの電車線にも近いし。

เครื่องที่ครอบครัวเราใช้จะเป็นของการบินไทย มาถึงญี่ปุ่นประมาณ 5 โมงเย็น ก่อนมาเราก็เลยแนะนำให้น้องชายใช้บริการรีมูซีนดีกว่า จอดหน้าโรงแรมด้วย ค่าโดยสารคนละ 3000 เยน

TGで来たので日本に着いた時間は17時ぐらいでした。来る前にホテルの前に止まっているためリムジンバスを使ってみたらと勧めました。運賃は一人で3000円かかるようです。

http://www.limousinebus.co.jp/platform_searches/index/2/17


เรากับคุณซูมารอก่อนหน้านี้แล้ว สงสัยรถคงติดมั้ง รถมาถึงโรงแรมประมาณทุ่มครึ่งกว่า ๆ มาจอดที่โรงแรมนี้เป็นจุดสุดท้าย

私と主人は先に来て待っていました。ロードが渋滞しているじゃないかと思って、19.30ぐらいバスが来ました。このホテルは最後の止まりみたいです。


พอทุกคนลงจากรถ น้องชายเอาเบบี้คาร์มาด้วย

皆がバスを降りると、弟はベビーカーも持ってきました。

จากนั้นก็เช็คอิน แล้วก็เข้าห้อง จากนั้นก็ไปทานข้าวกันที่ร้านอาหารในห้าง Takashimaya  จากโรงแรมไปไม่ลำบากเลย เลี้ยวขวาเดินไปขึ้นบันไดเลื่อนข้ามสะพานลอย เดินตรงไปเรื่อย ๆ ก็จะเจอห้าง

ホテルにチェックインしてから部屋に入って、そして高島屋で夕食をとりました。ホテルからそのデパートまで大変な道じゃなかったです。ホテルを出ると右に曲がってエスカレーターに乗ってまっすぐ歩いていくとデパートがあります。

มื้อแรกที่ญี่ปุ่น ทานประเภทโซะบะ เซ็ทกัน

日本で初食事はそば類セットでした。


 


 

วันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ไปดูใบไม้เปลี่ยนสีที่นิกโก้ (日光での紅葉)

วันนี้อากาศดีมาก ๆ หลังจากพายุผ่านไป เรากับคุณซูไปดูใบไม้เปลี่ยนสีที่นิกโก้ หลาย ๆ คนก็คงคิดเหมือนกัน ตอนขึ้นเขารถก็เลยติดหนักเลย แถมวันนี้ลมแรงอีก ก็เลยไม่ได้ขึ้นโรปเวย์อีก (แต่ก่อนที่พวกเราจะถึง โรปเวย์ยังขึ้นได้อยู่เลย)  T T

今日は天気がとてもよかったので主人と日光で紅葉を見に行ってきました。ほとんどの人は同じ考えを持っているでしょう。ですから、山に行く途中に酷い渋滞でした。さらに強風でロープウェイは運転見合わせでした。(私たちが着く前にロープウェイは運行していたのに。)(泣)







ก็เลยแวะทานข้าวกลางวันกันที่ร้านที่จะขึ้นโรปเวย์เลย
คุณซูทาน Katsu Kare- 900 เยน
ส่วนเรา Tempura Soba 750 เยน
รสชาติอร่อยดี

ロープウェイに乗れないのでここの店で昼食にしました。
主人はカツカレーを食べました。900円でした。
私は天ぷらそばを食べました。750円でした。
美味しかったです。



 



 
จากนั้นก็ขับรถไปกันต่อ
 
そして、運転が続きました。



เจอรายการ ZIP กำลังสัมภาษณ์คนต่างชาติอยู่

ZIPという番組は外国人に面接していることを見かけました。





 
จากนั้นก็แวะไปต่อกันที่ Nikko Laboratory Fisheries Research Agency
 
そして、さかなと森の観察園に寄りました。
 
 
 
 


 
แล้วก็ไปต่อที่น้ำตก Ryuzu
 
竜頭の滝に行ってきました。
 
 
 


ขากลับก็แวะทานซูชิหมุน ร้านนี้หน้าจอสั่งเป็นไอแพตแล้ว
帰りは回転寿司で夕食をとりました。この店ではアイパットの注文バーションになっています。